0048-ผักชีลาว
0048-ผักชีลาว
ผักชีลาว
ผักชีลาว ชื่อสามัญ Dill (อ่านว่า ดิล)
 
ผักชีลาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Anethum graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี (APIACEAE หรือ UMBELLIFERAE)
 
ผักชีลาว มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักชีเมือง (น่าน), ผักชีเทียน ผักชีตั๊กแตน (พิจิตร), ผักชี (เลย, ขอนแก่น), เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน (ภาคกลาง) เป็นต้น
 
ผักชีลาว เป็นผักที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้หลาย ๆ คนชื่นชอบ แต่สำหรับบางคนถึงกับส่ายหัวเลยทีเดียว แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ผักชีลาวก็เป็นพืชผักสมุนไพรที่ทรงคุณค่ามากมาย เพราะคุณค่าทางโภชนาการของผักชีลาวนั้นประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดในปริมาณที่สูงอีกด้วย
 
นอกจากนี้ผักชีลาวยังมีสรรพคุณทางยามากมายที่ช่วยเพิ่มการทำงานของกระเพาะอาหาร ช่วยย่อยอาหารที่รับประทาน แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และยังมีส่วนช่วยลดความดันโลหิต ขยายหลอดเลือด และช่วยกระตุ้นการหายใจได้อีกด้วย สำหรับประโยชน์เต็ม ๆ ดูด้านล่างเลยครับ
 
สรรพคุณของผักชีลาว
1.มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก ช่วยในการชะลอวัย
2.ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับตาต่าง ๆ (เพราะมีวิตามินเอสูงมาก)
3.ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง (มีแคลเซียมสูง)
4.ใช้เป็นยาบำรุงกำลังชั่วคราว (ผลแก่)
5.ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย
6.ช่วยลดความดันโลหิตสูง
7.ช่วยยับยั้งหรือช่วยชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
8.ช่วยรักษาโรคเบาหวาน (เบตาแคโรทีน)
9.ช่วยขยายหลอดเลือด
10.ช่วยบำรุงปอด (ผล)
11.ช่วยขับเหงื่อ (ทั้งต้น)
12.ช่วยกระตุ้นการหายใจ
13.แก้หอบหืด (ผล)
14.ช่วยแก้อาการไอ (ผล)
15.ช่วยแก้อาการสะอึก (ผล)
16.ช่วยเพิ่มปริมาณของน้ำนมสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตร (ใบ)
17.ช่วยลดอาการโคลิค (Baby colic) หรืออาการ "เด็กร้องร้อยวัน" ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด (ใบ)
18.ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เป็นลม (ผล)
19.ช่วยส่งเสริมการทำงานของกระเพาะอาหาร (ใบ)
20.ช่วยแก้อาการปวดท้อง ด้วยการใช้ผลแห้งนำมาบดให้เป็นผงแล้วชงกับน้ำดื่มวันละ 4 แก้ว (ผลแก่)
21.ช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ด้วยการใช้ผลแห้งนำมาบดให้เป็นผงแล้วชงกับน้ำดื่มวันละ 4 แก้ว หรือจะใช้ต้นสดนำมาผสมกับนมให้เด็กอ่อนดื่มแก้อาการก็ได้เช่นกัน (ผลแก่)
22.แก้อาการอึดอัดแน่นท้อง ด้วยการใช้ต้นสดประมาณ 50 กรัม นำมาเคี่ยวกับน้ำจนข้นแล้วรับประทาน (ต้นสด)
23.ช่วยขับลมในลำไส้ ด้วยการใช้ผลแห้งนำมาบดให้เป็นผงแล้วชงกับน้ำดื่มวันละ 4 แก้ว (ผลแก่)
24.ช่วยแก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้ใบสดหรือยอดอ่อนนำมาต้มกินเป็นอาหาร (ใบ)
25.แก้อาการปัสสาวะขัด ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 50 กรัมนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นชา (ใบ)
26.ช่วยรักษาไส้ติ่งอักเสบ ด้วยการใช้ต้นสดประมาณ 60 กรัมนำมาต้มกับน้ำกิน (ต้นสด)
27.ช่วยรักษาฝีเนื้อร้าย ด้วยการใบสดนำมาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็นฝีวันละ 2 ครั้ง (ใบ)
28.ช่วยแก้อาการบวม (ทั้งต้น)
29.ช่วยแก้เหน็บชา (ทั้งต้น)
30.ช่วยทำให้ง่วงนอน (ผล)
 
ประโยชน์ของผักชีลาว
1.ผลหรือเมล็ดมีน้ำมันหอมระเหย นำมาผลิตใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร อุสาหกรรมเครื่องสำอาง เช่น สบู่ โลชั่นบำรุงผิว เป็นต้น (ผล)
2.ใบนิยมนำมาใส่แกงอ่อม แกงหน่อไม้ ห่อหมก น้ำพริกปลาร้า ผักชีลาวผัดไข่ ยอดของใบใช้รับประทานกับลาบและยังช่วยชูรสชาติอาหารอีกด้วย (ใบ)
3.ผลนิยมนำมาบดโรยบนมันฝรั่งบดหรือสลัดผักเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร (ผล)
4.ใบสดและแห้งนิยมนำมาโรยบนอาหารประเภทปลาเพื่อช่วยดับกลิ่นคาว (ใบ)
5.น้ำมันผักชีลาวนำมาใช้แต่งกลิ่นผักดอง สตูว์ น้ำซอส ของหวาน และเครื่องดื่มรวมไปถึงเหล้าด้วย (น้ำมันผักชีลาว)
 
คุณค่าทางโภชนาการของผักชีลาวสดต่อ 100 กรัม
-พลังงาน 43 กิโลแคลอรี
-คาร์โบไฮเดรต 7 กรัม
-เส้นใย 2.1 กรัม
-ไขมัน 1.1 กรัม
-โปรตีน 3.5 กรัม
-วิตามินเอ 7,717 ไมโครกรัม (154%)
-วิตามินบี 1 0.1 มิลลิกรัม 9%
-วิตามินบี 2 0.3 มิลลิกรัม 25%
-วิตามินบี 3 1.6 มิลลิกรัม 11%
-วิตามินบี 5 0.4 มิลลิกรัม 8%
-วิตามินบี 6 0.2 มิลลิกรัม 15%
-วิตามินบี 9 150 ไมโครกรัม 38%
-วิตามินบี12 0 ไมโครกรัม 0%
-วิตามินซี 85 มิลลิกรัม 102%
-ธาตุแคลเซียม 208 มิลลิกรัม 21%
-ธาตุเหล็ก 6.6 มิลลิกรัม 51%
-ธาตุแมกนีเซียม 55 มิลลิกรัม 15%
-ธาตุแมงกานีส 1.3 มิลลิกรัม 62%
-ธาตุฟอสฟอรัส 66 มิลลิกรัม 9%
-ธาตุโพแทสเซียม 738 มิลลิกรัม 16%
-ธาตุโซเดียม 61 มิลลิกรัม 4%
-ธาตุสังกะสี 0.9 มิลลิกรัม 9%
-ธาตุทองแดง 0.14 มิลลิกรัม 7%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)
 
แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), สำนักงานกองทุนสนับสนันการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
 
เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (Medthai)